เป็นเครือข่ายบริการสุขภาพที่เป็นเลิศในระดับเขต 6 โดยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

กินจืด ยืดชีวิต ป้องกันโรคไตวาย

  ปฏิเสธไม่ได้ว่า พฤติกรรมการกินอาหารของคนไทยมักจะมาพร้อมกับเครื่องปรุง แม้แต่ข้าวราดแกงธรรมดาๆ ต้องมีพริกน้ำปลาพ่วงด้วยเสมอ รวมไปถึงก๋วยเตี๋ยวนานาชนิดและอาหารรสจัดหลากหลายเมนู ซึ่งอาหารรสจัดที่ต้องใช้วัตถุปรุงรสเพิ่มขึ้นทั้งเกลือ น้ำตาล จะมีผลทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น และส่งผลถึงโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา โครงการรณรงค์ กินรสจืด ยืดชีวิต เนื่องในวันไตโลก (World kidney day) เมื่อวันที่ 8 เดือนมีนาคม 2555 การรณรงค์ในครั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายจับมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยนายวิทยา บูรณศิริรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 5 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ สมาคมภัตตาคารอาหารไทย สมาคมผู้ประกอบอาหาร สมาคมผู้ประกอบร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ถือเป็นการป้องกันและลดปัญหาโรควิถีชีวิตหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะร้านอาหาร ภัตตาคารซึ่งภาคีเครือข่ายที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ มีสมาชิกรวม13,350 ร้านทั่วประเทศ ในรอบ 5 ปี จำนวนโรคผู้ป่วยโรคไตวายเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว สาเหตุอันดับหนึ่ง คือ โรคเบาหวาน รองลงมา คือ โรคความดันโลหิตสูง พบได้เกือบร้อยละห้าสิบ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการชอบกินอาหารรสเค็ม จึงต้องแก้ปัญหาโดยการปรับแก้ปัญหาพฤติกรรมการกินอาหารคนไทย ลดหวาน มัน เค็ม โดยในส่วนคนไทยในชนบทนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศ จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการกินอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ความรู้ประชาชน ลดกินอาหารหวานมันเค็มและเพิ่มการกินผักผลไม้ให้ได้ตามมาตรฐาน คือวันละครึ่งกิโลกรัม เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี
 
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/494723