เป็นเครือข่ายบริการสุขภาพที่เป็นเลิศในระดับเขต 6 โดยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

'ลูกหลาน' ตัวช่วยผู้สูงอายุ ปรับตัวรับ 'วัยชรา'

old58

     คงต้องยอมรับว่า เมื่ออายุเข้าสู่เลข 6 ร่างกายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา และคงจะปฏิเสธเรื่องสภาพจิตใจตามมาไม่ได้ โดยเฉพาะความน้อยใจตัวเอง ที่คิด และเคลื่อนไหวได้ช้าลง ทำให้ผู้สูงอายุทั้งหลาย อยากให้ลูกหลานเข้าใจ และห่วงใยท่าน
     ความรู้สึกข้างต้นนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะมองข้ามไม่ได้ โดย "นพ.ภานุพงศ์ จิตะสมบัติ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า เมื่ออายุมากขึ้น การซ่อมแซมร่างกายจะน้อยลง ประกอบกับฮอร์โมนลดลง นำไปสู่โรคต่างๆ เช่น ตาฟาง หูไม่ดี การนอนหลับสั้น สำหรับด้านจิตใจ สมองเป็นเบอร์หนึ่งในการสั่งการ เมื่ออายุมากขึ้น ย่อมเสื่อมตามร่างกาย ส่งผลให้ความจำสั้น กระทบต่ออารมณ์ เกิดความเหงา และหดหู่
     "ผู้สูงอายุที่เป็นหญิง ร่างกาย และอารมณ์มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วงหมดประจำเดือน สำหรับฮอร์โมนในผู้สูงอายุที่เป็นชายยังไม่มีความชัดเจนทางการแพทย์ อีกทั้ง มีสารสื่อประสาทเสื่อมลง ส่งผลให้อารมณ์เปลี่ยนแปลง และหดหู่แบบมีสาเหตุ นอกจากสารสื่อประสาทแล้ว ความเหงา และความเครียดจึงรวมตัวเป็นความกังวลขึ้นมา" นพ.ภานุพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทุกครอบครัวสามารถทำความเข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุได้ใน 4 ประเด็นดังนี้

- ต้องการความแข็งแรง แก่แล้วไม่แข็งแรง สุขภาพที่ดีจึงเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน
- ต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากทำอะไรได้ไม่เต็มที่ จึงต้องการคนคอยช่วยเหลือเพื่อให้การดำเนินชีวิตได้ราบรื่นสมบูรณ์
- ต้องการเงิน เนื่องจากไม่ได้ทำงาน การได้รับเงินเยียวยา จึงช่วยสร้างความมั่นใจ และตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้
- ต้องการยา ผู้สูงอายุร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ การได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นปกติ ลดความเครียดทางจิตใจร่วมด้วย

     นอกจากนี้ การที่ผู้สูงอายุต้องอยู่ในสภาวะเหงาจากเหตุต่างๆ ส่งผลต่อจิตใจด้วยเช่นกัน เช่น เหงาเพราะต้องมีการปรับตัวที่มากขึ้น เนื่องจากการไม่ได้ทำงาน ตลอดจนการมีเวลาว่างที่เพิ่มขึ้น หรืออาจเหงา เนื่องจากถูกมองข้ามไป ซึ่งการได้รับการตามใจจากครอบครัวควรพิจารณาเป็นประเด็นไปว่า มีขอบเขต และความสามารถได้อย่างไร เหงาด้วยสูญเสีย และขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าตนเองสำคัญน้อย ได้รับการเปรียบเทียบ จึงเกิดเป็นความเครียด ซึ่งผู้สูงอายุจึงต้องปรับตัวให้ได้
     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น "ลูกหลาน" ในครอบครัวต้องช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และเข้าใจถึงความเหงาของผู้สูงอายุด้วย โดยพยายามทำให้ท่านทั้งหลายไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว หรือถูกทอดทิ้ง
     สำหรับตัวผู้สูงอายุเองนั้น จิตแพทย์แนะนำว่า ถ้าปรับตนเองให้เข้าใจภาวะของร่างกายดังกล่าว ผลกระทบจากลูกหลานก็จะไม่มาก ซึ่งคนเรามีความสามารถในการปรับตัวไม่เท่ากัน เนื่องจาก ฐานะทางการเงินดี สภาวะความเป็นอยู่ พออยู่ พอดี พอกิน พอสบายก็ส่งผลให้ปรับตัวได้ดี การมีทัศนะ การได้รับความรู้ต่างๆ ทำให้ปรับตัวได้ดี การเรียนรู้สิ่งต่างๆ ตลอดเวลา สุขภาพที่ดีมีผลต่อการปรับตัวได้ดี ตลอดจนความเครียด ทำให้ปรับตัวยาก เป็นสาเหตุที่วุ่นวาย พัฒนาไม่ดี จึงปรับตัวไม่ดี
     "การดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ในภาวะปกติของผู้สูงอายุตั้งแต่ต้น หากจะต้องสูญเสียทางจิตใจ ก็จะสามารถเตรียมพร้อม และรับได้ แต่ผู้ที่ผ่านชีวิตมาด้วยความกดดัน ข้อจำกัดต่างๆ ในการดำเนินชีวิตนั้นไม่ได้เติมเต็มทางอารมณ์ พอถึงวัยสูงอายุยังไม่เต็มยังไม่รู้ตัวยังไม่พร้อมสูญเสีย เนื่องด้วยความไม่สมบูรณ์ที่ผ่านมาในอดีต" นพ.ภานุพงศ์กล่าว
     ถึงเวลา (ตั้งนานแล้ว) ที่ทุกครอบครัว และสังคม ควรหันมาให้ความช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ โดยเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของพวกท่านๆ ทั้งหลาย เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และอยู่อย่างคนที่มีคุณค่าต่อไป โดย "ลูกหลาน" ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับตัวของผู้สูงอายุในบ้าน

 

 

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)